HPV (Human Papilloma Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่เยื่อบุผิว ที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุดสามารถติดเชื้อได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยส่วนใหญ่แล้ว HPV ไม่แสดงอาการใดๆ แต่บางสายพันธุ์อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่ สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งคือผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีเชื้อ HPV อาจจะแพร่เชื้อสู่ลูกระหว่างการคลอดได้เช่นกัน
สาเหตุการติดเชื้อ HPV
HPV สามารถติดเชื้อได้หลายสาเหตุดังนี้
- การมีเพศสัมพันธ์
การติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก ปาก และการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศที่มีเชื้อ HPV
- การสัมผัสสิ่งปนเปื้อน หรือการใช้ของร่วมกัน
การสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า อุปกรณ์อาบน้ำ
- การสัมผัสรอยแผลหรือรอยขีดข่วน
การที่เชื้อ HPV สัมผัสรอยแผลหรือรอยขีดข่วนตามผิวหนัง
- การคลอดบุตร
คุณแม่ที่มีเชื้อ HPV ก็สามารถแพร่เชื้อให้ทารกได้ระหว่างการคลอดบุตร
กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อ HPV
- มีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย
- ขาดการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- ผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีเพศสสัมพันธ์กับคู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์หลายคน
- ทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันนานกว่า 5 ปี
- ผ่านการคลอดบุตรมากกว่า 4 คน
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย
- สูบบุหรี่
อาการของผู้ที่ติดเชื้อ HPV
- อาการของผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV
อาการของผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV หูดหงอนไก่ พบติ่งเนื้อลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำบริเวณอวัยวะเพศหญิง มักรู้สึกคัน แต่ไม่เจ็บปวด มีอาการตกขาวผิดปกติ โดยมีปริมาณมากกว่าปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีสีผิดปกติ ประจำเดือนมาผิดปกติ ประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือเลือดออกกระปริดกระปรอย หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ แล้วรู้สึกเจ็บแสบร้อนขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดท้องน้อย อ่อนเพลีย หรือรู้สึกไม่สบายตัวเป็นต้น
- อาการของผู้ชายที่ติดเชื้อ HPV
อาการของผู้ชายที่ติดเชื้อ HPV หหูดหงอนไก่ จะพบติ่งเนื้อลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำบริเวณอวัยวะเพศชาย และทวารหนัก จะรู้สึกคัน แต่ไม่เจ็บปวด มีโอกาสเป็นมะเร็งองคชาต มักไม่มีอาการในระยะแรก ต่อมามีแผลเรื้อรัง หนังหุ้มปลายองคชาตตีบ เลือดออกจากองคชาต หรือมะเร็งทวารหนัก มักไม่มีอาการในระยะแรก ต่อมามีเลือดออก ปวดทวารหนัก รู้สึกไม่สบายตัวเป็นต้น
ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าการติดเชื้อ HPV ระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ เราควรตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยสุขภาพ หากมีการติดเชื้อ HPV จะได้ทำการดูแลรักษาได้อย่างทันที
การตรวจหาเชื้อ HPV
การตรวจหาเชื้อ HPV ของผู้หญิง
- การตรวจ Pap Smear : เป็นวิธีการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ ไม่ได้ตรวจหาเชื้อ HPV โดยแพทย์จะนำไม้พายหรือแปรงขนาดเล็กเก็บเซลล์จากปากมดลูก แล้วนำเซลล์เหล่านี้เพื่อไปหาความผิดปกติ หากพบเซลล์ผิดปกติก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป
หมายเหตุ : การตรวจ Pap Smear เป็นการตรวจเพื่อหาความผิดปกติของเซลล์ ผู้หญิงที่อายุ 21 ปีขึ้นไปควรตรวจแปปสเมียร์เป็นประจำทุกปี เนื่องจากมีราคาที่ไม่สูง ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการตรวจ
- การตรวจ HPV DNA Test : เป็นการตรวจหาเชื้อ Human papillomavirus (HPV) โดยตรง โดยใช้เทคนิคทางชีวโมเลกุลเพื่อตรวจหา DNA ของเชื้อ HPV ในเซลล์ที่เก็บจากปากมดลูก โดยที่แพทย์จะใช้แปรงขนาดเล็กเพื่อทำการเก็บเซลล์จากปากมดลูก และทำการส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งวิธีนี้จะแม่นยำกว่า Pap Smear และสามารถตรวจได้ก่อนที่จะเกิดความผิดปกติของเซลล์
หมายเหตุ : ผู้หญิงที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ควรทำการตรวจ HPV DNA Test ทุกๆ 5 ปี หรือผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีคู่นอนหลายคน ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ แต่การตรวจวิธีนี้จะมีราคาสูงกว่า Pap Smear
การตรวจหาเชื้อ HPV ของผู้ชาย
- การตรวจ Cobas HPV Test เป็นการตรวจหาเชื้อ HPV โดยตรง โดยใช้เทคนิค Real-time PCR เพื่อตรวจหา DNA ของเชื้อ HPV โดยแพทย์จะนำแปรงขนาดเล็กเก็บเซลล์จากองคชาตหรือทวารหนัก แล้วนำเซลล์ไปตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาเชื้อ HPV 14 ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง
หมายเหตุ : ผู้ชายก็สามารถติดเชื้อ HPV ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดมาจากเพสสัมพันธ์ผู้ชายกับผู้หญิง หรือ การมีเพศสัมพันธ์ผู้ชายกับผู้ชาย ทำให้ก่อให้เกิดมะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก ดังนั้นควรมาตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV
เมื่อติดเชื้อ HPV รักษาอย่างไร ?
การรักษาอาการติดเชื้อ HPV จะแตกต่างกันตามอาการของที่ผู้ติดเชื้อเป็นอยู่ ถ้าเป็นหูดหงอนไก่จะรักษาโดยการใช้ยาหรือการผ่าตัด ถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกจะทำการผ่าตัดเพื่อตัดเยื่อผิดปกติออก ทำการฉายรังสีพลังงานสูงเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง และการใช้เคมีบำบัดเพื่อจัดการเซลล์มะเร็ง ดังนั้นยิ่งเราตรวจหาเชื้อได้เร็วก็ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาอาการที่เป็นได้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เชื้อลุกลามไปในส่วนต่างๆของร่างกายก่อนที่จะสายเกินไปที่จะรักษา
ป้องกันเชื้อ HPV ไว้ดีที่สุด!
- ฉีดวัคซีน HPV
การฉีดวัคซีน HPV เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ HPV วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งช่องปาก และหูดหงอนไก่ โดยสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี และควรฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก
- สวมถุงยางอนามัย และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูง
การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV ได้ แต่ถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ 100% และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่มีความเสี่ยงสูง
- ตรวจคัดกรองเชื้อ HPV
ผู้หญิงและผู้ชายควรตรวจคัดกรองเชื้อ HPV เป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
- ถ้าเป็นหูดหงอนไก่ ไม่ควรแกะหรือเกา
การแกะหรือเกาหูดหงอนไก่สามารถทำให้เชื้อ HPV แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย และสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้
ดังนั้น AngelBaby ขอแนะนำให้คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายมาทำการตรวจคัดกรองเชื้อ HPV โดยทางคลีนิคเรามีแพทย์ผู้เชียวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาสุขภาพ และสามารถตรวจ Pap Smear เพื่อหาความผิดปกตอของเซลล์ เพื่อช่วยให้เราช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคในอนาคตได้

